2026-05-29
กรณีศึกษาการลดชั้นตา รีวิว 4 เดือนหลังการลดชั้นตา
สรุปประเด็นเรื่องรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดลดชั้นตา พร้อมรีวิวผลลัพธ์หลังทำ 4 เดือน และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของเทคนิคการตัดผิวหนังและการเลาะพังผืด (Dujul-ttagi)

ในการลดชั้นตาสองชั้น ผมอยากจะขอสรุปประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรอยแผลเป็นให้ได้ทราบกันครับ
นี่คือสิ่งที่ผมได้อธิบายให้คนไข้ที่เพิ่งมาตรวจติดตามผลฟัง และผมเขียนบทความนี้ขึ้นด้วยความหวังว่าจะช่วยลดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นครับ
การลดชั้นตาสองชั้นมีหลายวิธี ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ประมาณ 5-6 วิธีหลักๆ
โดยจะเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับสภาพของคนไข้แต่ละราย
ในบรรดาวิธีเหล่านั้น ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรอยแผลเป็นมีอยู่สองประเด็นหลัก คือ
การตัดผิวหนังที่เป็นรอยแผลเป็นออกแล้วลดชั้นตาลง
หรือ การลดชั้นตาลงโดยไม่ตัดรอยแผลเป็นเดิมออก

หากสมมติว่าเส้นกรีดด้านบนคือรอยแผลเป็นเดิม และเรากำหนดชั้นตาใหม่ไว้ที่รอยแผลด้านล่าง เราจะมาถึงทางแยกสองทาง
นั่นคือ จะตัดผิวหนังระหว่างรอยแผลทั้งสองเพื่อให้เหลือรอยแผลเป็นเพียงเส้นเดียว หรือจะปล่อยให้มีรอยแผลเป็นสองเส้น
หากทำให้เหลือเส้นเดียว รอยแผลเป็นก็จะเหลือเพียงเส้นเดียวจริง แต่ในกรณีที่ผิวหนังไม่เพียงพอต่อการลดชั้นตา วิธีนี้ก็ไม่เหมาะสมนัก
ในกรณีที่มีผิวหนังเหลือเฟือ วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด (BEST) แต่ทว่า
1. หากผิวหนังไม่พอ อาจเกิดอาการขอบตาปลิ้น (Ectropion) ได้ เนื่องจากผิวหนังถูกดึงไปยึดไว้ที่ด้านบน
2. ในกรณีที่รุนแรงอาจเกิดอาการหลับตาไม่สนิท (Lagophthalmos) แม้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปรอยแผลเป็นจะยืดออกและอาการหลับตาไม่สนิทอาจลดลง แต่แผลอาจแยกออกขณะที่เนื้อเยื่อแผลเป็นเข้ามาเติมเต็ม ทำให้รอยแผลเป็นตาสองชั้นกลายเป็นแผลเป็นบุ๋ม หรือชั้นตาอาจดูยับย่นได้
3. ชั้นตาแทบจะไม่ต่ำลงเลย เพราะชั้นตาจะต่ำลงได้ก็ต่อเมื่อผิวหนังเหนือเส้นกรีดลงมาคลุม แต่ในกรณีนี้ผิวหนังไม่สามารถลงมาคลุมได้
คราวนี้มาดูข้อดีและข้อเสียของการทำแบบสองเส้น (เลาะพังผืดโดยไม่ตัดผิวหนัง) กันครับ
ข้อดีของการทำแบบสองเส้นคือ
1. อย่างน้อยก็ยังเหลือเนื้อเยื่อแผลเป็นไว้ใช้ในการคลุมผิวหนัง เพราะในการสร้างตาสองชั้น ผิวหนังเหนือเส้นกรีดต้องลงมาคลุม ชั้นตาถึงจะดูต่ำลง
2. ในกรณีที่ผิวหนังขาดแคลนมาก วิธีนี้จะช่วยลดแรงตึงระหว่างเส้นกรีด ทำให้ป้องกันแผลแยกได้ดีขึ้น
ส่วนข้อเสียคือเรื่องรอยแผลเป็นครับ
1. รอยแผลเป็นเดิมจะยังคงมองเห็นได้ แม้จะเลาะพังผืดรอบๆ รอยแผลเป็นเดิมออกอย่างดีแล้ว แต่ตัวรอยแผลเป็นเองยังคงอยู่
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รอยแผลเป็นหลังการทำแบบสองเส้นจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพรอยแผลเป็นเดิม หากรอยแผลเป็นก่อนการผ่าตัดแก้ไขมีความรุนแรง หลังผ่าตัดก็มักจะยังคงมีรอยแผลเป็นที่แข็งและเห็นชัดอยู่
2. หากเลาะพังผืดไม่ดีพอ อาจเกิดชั้นตาซ้อน (Triple fold) ได้
มีคนไข้บางท่านบอกว่าหลังผ่าตัดแล้วเกิด ‘รอยต่างระดับ’ (Step-off)
รูปเคสตัวอย่างด้านล่างนี้เป็นรูปต้นฉบับที่ผ่านการครอปตัดเท่านั้น ไม่มีการตกแต่งด้วย Photoshop หรือโปรแกรมใดๆ ทั้งสิ้น
และรูปเคสทั้งหมดได้รับความยินยอมจากคนไข้ในการเปิดเผยภาพแล้วครับ

จากรูปก่อนผ่าตัด จะเห็นว่าผิวหนังบริเวณหางตาทั้งสองข้างขาดแคลนมาก ทำให้ชั้นตาไม่ยาวไปจนสุดและผิวหนังดูหนา
คนไข้ท่านนี้ต้องการลดชั้นตาให้ต่ำลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้การทำเป็นชั้นตาหลบใน (Inner double eyelid) จะดูเป็นไปไม่ได้เลย แต่ผมก็ได้แจ้งว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ

สภาพก่อนผ่าตัดเมื่อหลับตา จะเห็นรอยแผลเป็นนูนและขรุขระเหนือเส้นกรีดเนื่องจากการผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง


ภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
จะเห็นรอยแผลเป็นเดิมสีขาวอยู่เหนือรอยแผลเป็นตาสองชั้นใหม่
ส่วนที่คนไข้เรียกว่ารอยต่างระดับนั้น ดังที่เคยโพสต์ไปก่อนหน้านี้ เพื่อป้องกันการเกิดชั้นตาซ้อน ผมจึงทำการเย็บม้วนกล้ามเนื้อด้านบนให้เป็นทรงกลมชั่วคราว ซึ่งรอยนี้จะเรียบตึงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปครับ

อย่างไรก็ตาม แม้ส่วนที่ม้วนกล้ามเนื้อไว้จะคลายตัวออกตามกาลเวลา แต่รอยแผลเป็นด้านบนจะไม่หายไป และหากมีเนื้อเยื่อแผลเป็นเดิมอยู่แล้ว ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะไม่หายไปมากขึ้นครับ

ภาพหลังผ่าตัด 4 เดือน บริเวณหัวตาชั้นตาต่ำลงกว่าที่คิดไว้มาก ส่วนบริเวณหางตาต่ำลงเล็กน้อย และเห็นได้ว่าเส้นชั้นตาที่เคยขาดหายไปได้ยาวต่อเนื่องไปจนสุดหางตาแล้ว
ในส่วนของลูกศรเส้นบาง ผิวหนังบริเวณหัวตาลงมาคลุมทำให้ชั้นตาดูต่ำลง ส่วนลูกศรเส้นหนาบริเวณหางตา เนื่องจากผิวหนังขาดแคลนมาก แม้เส้นที่เคยหลุดจะกลับมาเป็นเส้นชัดเจนขึ้นกว่าเดิม แต่ชั้นตาก็ยังมองเห็นได้ชัดกว่าบริเวณหัวตา

รูปแผลเป็นที่ 4 เดือน เมื่อเวลาผ่านไปส่วนที่เคยเรียกว่ารอยต่างระดับได้หายไปแล้ว แต่ส่วนที่นูนของแผลเป็นเดิมยังคงอยู่
โดยเฉพาะแผลเป็นบริเวณหัวตาที่มีตัวแปรที่ไม่ได้คาดคิด คือในกระบวนการที่แผลเป็นเข้าที่ ผิวหนังกลับมีความหย่อนตัวเหลือมากกว่าที่คิด ทำให้มันลงมาคลุมชั้นตามากกว่าบริเวณหางตา
บริเวณหางตาซึ่งผิวหนังขาดแคลนมาก รอยแผลเป็นจึงดูเรียบเนียนกว่าแต่เห็นชั้นตาชัด ในขณะที่บริเวณหัวตาที่มีเนื้อเยื่อแผลเป็นหนา กลับทำให้ชั้นตาถูกคลุมจนมิด

เนื้อเยื่อแผลเป็นที่เหลืออยู่ตามตำแหน่งลูกศรได้ลงมาคลุมชั้นตาไว้
หลายท่านคงสงสัยว่าจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
1. หากเมื่อเวลาผ่านไป อาการบวมที่หางตาลดลงและผิวหนังลงมาคลุมมากขึ้นจนกลายเป็นชั้นตาหลบในทั้งหมด ก็จะดูเป็นธรรมชาติขึ้น เดิมทีผมคาดว่าเนื่องจากคนไข้ผิวหนา ชั้นตาน่าจะยังพอเห็นได้บ้าง แต่จากการที่หัวตาถูกคลุมไปแล้ว เป็นไปได้ว่าหางตาอาจจะไม่ต่ำลงไปกว่านี้มากนัก
2. ทางออกที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การตัดผิวหนังบริเวณหัวตาออกเล็กน้อย หรือการยกชั้นตาขึ้นใหม่ แต่การยกชั้นตาเฉพาะส่วนหน้าและปล่อยส่วนหลังไว้อาจจะดูไม่สมดุล เพราะหากดูชั้นตาเดิมก่อนผ่าตัด บริเวณหางตาก็สูงกว่าหัวตาอยู่แล้ว และที่ดูไม่เด่นชัดก็เพราะชั้นตาช่วงหางตามันหลุดไป แต่จริงๆ แล้วชั้นตาเดิมช่วงหางตาก็สูงมากเช่นกัน
ดังนั้น การตัดส่วนที่นูนออกเล็กน้อยเพื่อให้ชั้นตาช่วงหัวตาดูเป็นชั้นตาต่ำๆ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ภาพรวมดูเป็นชั้นตาที่ต่ำลงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายน่าจะใกล้เคียงกับสภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ครับ
หากจำเป็นต้องมีการดูแลหลังการขาย (A/S) ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขให้ครับ
เนื่องจากการศัลยกรรมความงามเป็นการผ่าตัดโดยมนุษย์ โดยเฉพาะในเคสผ่าตัดแก้ไข หากมีจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ ผมยินดีที่จะทำการแก้ไขในรอบที่สองให้ครับ
ก่อนการผ่าตัดแบบสองเส้น (Dujul-ttagi) ผมจะแจ้งคนไข้เสมอว่ารอยแผลเป็นจะยังคงอยู่ ซึ่งรูปถ่ายของคนไข้ท่านอื่นๆ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันนี้ครับ




ในสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด จะเห็น ‘รอยต่างระดับ’ ที่คนไข้กังวล แม้ว่านี่จะเป็นอาการนูนเพียงชั่วคราว แต่รอยแผลเป็นสีขาวและเนื้อเยื่อแผลเป็นจะไม่หายไปครับ


หลังผ่าตัด 1 เดือน - รอยแผลยังคงอยู่ และมักจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากผ่านไป 3 เดือน


นี่คือภาพหลังผ่าตัดผ่านไป 3 ปีครับ ลองสังเกตรอยแผลเป็นสีขาว (ลูกศร) เหนือเส้นกรีดดูครับ มันยังคงอยู่ แต่ส่วนที่เคยเรียกว่ารอยต่างระดับได้หายไปแล้ว เหลือเพียงเนื้อเยื่อแผลเป็นที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น
ผ่าตัดแก้ไขแล้วรอยแผลเป็นจะหายไปไหม??
ผมเข้าใจถึงจุดประสงค์ในการแก้ไขเพราะการผ่าตัดครั้งแรกออกมาไม่ดี แต่การกรีดผิวหนังย่อมทำให้เกิดรอยแผลเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รอยแผลเป็นเดิมจะไม่หายไปเว้นแต่จะตัดทิ้ง
นอกจากนี้ สำหรับรอยแผลเป็นบุ๋ม เราทำได้เพียงพยายามนำเนื้อเยื่อรอบข้างมาเติมเต็มให้ดีขึ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่สามารถทำให้รอยแผลเป็นหายไปได้อย่างสิ้นเชิงครับ
Gangnam Seoyeon Plastic Surgery จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคุณเสมอครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------