강남서연성형외과 블로그

2026-05-29

อย่าทำศัลยกรรม ‘เทคนิคเลาะพังผืดลดขนาดชั้นตา’ (Dujul-ttagi)?? เป็นการผ่าตัดที่ไม่ควรทำจริงหรือ?

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการศัลยกรรมลดขนาดชั้นตาด้วยเทคนิคเลาะพังผืด (Dujul-ttagi) ว่าเป็นอันตรายจริงหรือไม่ พร้อมคำแนะนำจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อย่าทำศัลยกรรม ‘เทคนิคเลาะพังผืดลดขนาดชั้นตา’ (Dujul-ttagi)?? เป็นการผ่าตัดที่ไม่ควรทำจริงหรือ?
อย่าทำศัลยกรรมเทคนิคเลาะพังผืดลดขนาดชั้นตา (Dujul-ttagi)??

มีคนไข้ท่านหนึ่งมาปรึกษาเรื่องการผ่าตัดแก้ตา โดยเล่าว่าคุณหมอจากโรงพยาบาลอื่นบอกว่า การผ่าตัดด้วยเทคนิคเลาะพังผืด (Dujul-ttagi) เป็นสิ่งที่ ‘ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด’

สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยกับชื่อเรียกเทคนิค ‘เลาะพังผืดลดขนาดชั้นตา’ หรือ ‘Dujul-ttagi’ นี้ โปรดลองอ่านบทความก่อนหน้าที่ผมเคยเขียนไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงก่อนนะครับ

การแก้ตาชั้นตาหนาเป็นหอยแครง (Sausage Eyes) ด้วยเทคนิคเลาะพังผืด .. : Naver Blog (naver.com)

เนื้อหาที่ผมเคยเขียนลงบล็อกในปี 2018 โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เคยบรรยายในงานประชุมวิชาการเมื่อปี 2016

สรุปแล้ว การผ่าตัดด้วยเทคนิคเลาะพังผืดนี้เป็นสิ่งที่ ‘ห้ามทำเด็ดขาด’ จริงหรือ?

วิธีที่ดีที่สุดตามที่ผมเคยเขียนไว้ในบล็อกด้านบน คือการตัดเนื้อเยื่อพังผืดรวมถึงรอยแผลเป็นเดิมออก แล้วจึงลดระดับชั้นตาลง

แน่นอนว่าการตัดรอยแผลเป็นเดิมออกแล้วสร้างชั้นตาใหม่ด้วยเนื้อเยื่อที่สุขภาพดีนั้นย่อมดีที่สุด เพราะจะเหลือรอยแผลเป็นเพียงเส้นเดียวและดูเป็นธรรมชาติ!

แต่มีข้อควรระวังที่สำคัญมากคือ หากคนไข้ที่ต้องการลดขนาดชั้นตา ‘ไม่มีผิวหนังเหลือเพียงพอ’ แต่ยังฝืนใช้วิธีตัดผิวหนังออก จะทำให้ผิวหนังขาดแคลนจนกลายเป็น ‘ดวงตาขั้นวิกฤต’ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป

แม้ว่าเคสที่ต้องใช้เทคนิคเลาะพังผืดส่วนใหญ่จะเป็นเคสดวงตาที่แก้ไขยากอยู่แล้ว แต่ก็ยังถือเป็นเคสที่ ‘สามารถผ่าตัดได้’

ทว่า หากผิวหนังไม่พอแล้วยังไปตัดออกอีก จะกลายเป็นเคสที่ ‘ไม่สามารถผ่าตัดแก้ไขได้’ ทันที

อีกประการหนึ่งคือ เทคนิคเลาะพังผืดนี้เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญการศัลยกรรมตาในระดับสูงมาก

หากทำไม่ดีอาจเกิดปัญหาชั้นตาซ้อนกันหลายชั้น (Triple Fold) หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ หากแพทย์ไม่สามารถรับมือกับภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ การไม่ทำเลยอาจจะดีกว่า บางทีแพทย์ที่ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางอาจจะอ้างเช่นนั้นเพราะพวกเขาไม่สามารถทำผ่าตัดเทคนิคนี้ได้

การแก้ไขชั้นตาซ้อนหลังความล้มเหลวจากการเลาะพังผืด .. : Naver Blog (naver.com)

อาจเกิดปัญหาชั้นตาซ้อนกันแบบนี้ได้

หากเกิดกรณีเช่นนี้ ไม่ควรปล่อยไว้โดยคิดว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง แต่ต้องรีบทำการรักษาอย่างจริงจัง

มีคนบอกว่าถ้าเลาะพังผืดแล้วจะเกิดรอยแผลเป็นสองเส้นและเห็นเป็นรอยต่อชัดเจน(?)

เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงเสมอไปครับ

รอยแผลเป็นจากการเลาะพังผืดเทียบกับรอยแผลเป็นจากการลดชั้นตาแบบปกติ .. : Naver Blog (naver.com)

ยิ่งลดระดับชั้นตาให้ต่ำลงเท่าไหร่ โอกาสที่จะเห็นรอยต่อก็มีมากขึ้น ซึ่งมักพบได้บ่อยในการผ่าตัดครั้งแรกโดยเฉพาะในเคสผู้ชายที่ต้องการทำชั้นตาหลบใน

นั่นเป็นเพราะผิวหนังจะลงมาปิดทับทำให้ชั้นตาบางส่วนถูกซ่อนไว้ ยิ่งลดชั้นตาลงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ แม้แต่คนที่มีชั้นตาธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังหย่อนคล้อยลงมาทับชั้นตาเดิม ก็จะดูเหมือนมีรอยต่อเช่นกัน

ดังนั้น นี่ไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อน แต่เป็นลักษณะทางกายภาพปกติ

ในทางกลับกัน แพทย์ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอาจจะเข้าใจผิดในจุดนี้ได้

ผมแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าแพทย์ท่านนั้นเป็น ‘ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง’ หรือไม่

โดยส่วนตัวเวลาตรวจคนไข้ ผมจะประเมินสภาพของคนไข้ก่อนเป็นอันดับแรก

หากมีผิวหนังเหลือเพียงพอ หลักการของผมคือการตัดเนื้อเยื่อพังผืดออกแน่นอน

แต่ถ้าผิวหนังไม่พอ ผมจะเริ่มด้วยเทคนิคเลาะพังผืดก่อน และหากในระหว่างผ่าตัดพบว่ามีผิวหนังเหลือพอ ก็อาจจะตัดออกในภายหลัง ซึ่งแน่นอนว่าผมจะแจ้งให้คนไข้ทราบก่อน

ในบางกรณีที่ผิวหนังขาดแคลนแต่ถูกยึดตึงไว้ หากทำการกรีดและคลายจุดยึดเดิมออกแล้วเย็บในตำแหน่งที่ต่ำลง ชั้นตาก็อาจจะลดระดับลงได้เอง แต่นี่เป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก

และในกรณีที่มีผิวหนังพอแต่มีรอยแผลเป็นรุนแรง การเลาะพังผืดอาจทำให้ผิวหนังดูยับย่นเล็กน้อยหลังผ่าตัด ซึ่งผมจะแจ้งให้คนไข้ทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการ

นี่คือสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสีย

และหากคนไข้ได้ยินจากผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญว่า ‘อย่าทำเทคนิคเลาะพังผืด’ มีบางประเด็นที่ควรตั้งข้อสงสัยครับ:

1. ในเว็บบอร์ดทั่วไป อาจมีกรณีที่คนไข้บางคนอ่อนไหวเกินไปแล้วโพสต์ปลุกปั่นว่าแผลเป็นแย่ลง ทั้งที่จริงๆ แล้วแผลไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น อาจเป็นเพราะไม่เข้าใจสภาพเดิมของตัวเองหรือมีความคาดหวังที่สูงเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ผลลัพธ์หลังผ่าตัดมักจะดีกว่าก่อนทำเสมอ

2. กรณีที่แพทย์ที่ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่งทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เนื่องจากทำผ่าตัดขั้นสูงอย่างการเลาะพังผืดไม่ได้ จึงพูดจาให้ร้ายเทคนิคนี้ โดยแสร้งทำเป็นหวังดีต่อคนไข้และบอกว่า ‘การเลาะพังผืดคือทางเลือกสุดท้าย’ แต่ความจริงคือ หากผิวหนังไม่พอแล้วไปตัดผิวหนังทิ้ง นั่นแหละคือ ‘ทางเลือกสุดท้าย’ ของจริง เพราะจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขตาได้อีกเลย

3. คนที่ผ่าตัดออกมาดีส่วนใหญ่มักจะพอใจและจบไป หรือเขียนรีวิวสั้นๆ แล้วก็ไม่ได้เล่นอินเทอร์เน็ตต่อ แต่คนที่มีปัญหากับการผ่าตัดขั้นสูง หรือมีความไม่พอใจส่วนตัว หรือแม้แต่ผ่าตัดออกมาดีแล้วแต่มีความเชื่อที่ผิดๆ มักจะเขียนโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ดูเหมือนว่าไม่ควรทำผ่าตัดนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วมีคนที่ทำออกมาดีมากกว่ามาก

4. บางที่อาจแนะนำให้ฉีดไขมันหรือแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงควบคู่ไปกับการเลาะพังผืด ซึ่งนี่ไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็น ในเคสที่ผมเลาะพังผืด มีไม่ถึง 5% ที่ต้องทำสองอย่างนี้ร่วมด้วย

สำหรับคนไข้ที่มีชั้นตาสูงผิดปกติขนาดนี้ หากไปตัดผิวหนังออกจะเกิดเรื่องใหญ่ และการจะพยายามปรับทรงจากรอยกรีดเดิมนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

Like