강남서연성형외과 블로그

2026-05-29

ผลข้างเคียงของการปรับรูปตาแบบไม่กรีด และเคสที่ไม่ควรทำวิธีเย็บจุด (매몰법)

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการปรับรูปตาแบบไม่กรีด พร้อมเช็ก 6 เคสที่ไม่เหมาะกับการทำวิธีเย็บจุด เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย

ผลข้างเคียงของการปรับรูปตาแบบไม่กรีด และเคสที่ไม่ควรทำวิธีเย็บจุด (매몰법)

การปรับรูปตาแบบไม่กรีดกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน

เรามาลองทำความเข้าใจกันว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง และเคสแบบไหนที่ไม่ควรทำวิธีนี้

วิธีแบบไม่กรีดนั้นมีชื่อเรียกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น วิธีเย็บจุด (Maemol), วิธีคีบจุด, วิธีไม่กรีด, วิธีสร้างชั้นตาธรรมชาติ (Natural Adhesion) เป็นต้น

ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนจัดอยู่ในประเภทของ ‘วิธีเย็บจุด’ (Maemol) ทั้งสิ้น

วิธีเย็บจุดคืออะไร??

คือการร้อยไหมผ่านผิวหนังไปยังด้านในเยื่อบุตาเพื่อสร้างจุดยึดชั้นตา

อย่างไรก็ตาม มีหลายเคสที่ไม่ควรใช้วิธีนี้ ได้แก่:

1. กรณีที่ผิวหนังเปลือกตาหนา - ชั้นตาจะหลุดได้ง่าย

ดังนั้น เคสข้างต้นจึงเลือกใช้วิธีปรับรูปตาแบบกรีดแทน

2. กรณีที่มีไขมันมาก - ชั้นตาก็จะหลุดได้ง่ายเช่นกัน

ดังนั้น เคสข้างต้นจึงเลือกใช้วิธีปรับรูปตาแบบกรีดแทน

3. กรณีที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรง - แนะนำให้ปรับรูปตาแบบกรีด เพราะหากใช้วิธีเย็บรั้งแบบไม่กรีดมากเกินไป อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้ โดยปกติการกรีดจะช่วยกระจายแรงดึงให้สม่ำเสมอทั่วทั้งตา แต่ถ้าใช้ไหมเพียงจุดเดียวดึงรั้งไว้จะทำให้รู้สึกไม่สบายตาอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น เวลาเราดึงตัวคน การดึงทั้งตัว กับการดึงแค่แขน หรือการใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวดึงทั้งตัว.. แบบไหนจะรู้สึกสบายกว่ากัน??

4. กรณีที่มีผิวหนังหย่อนคล้อย - ทำแล้วจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะสุดท้ายผิวหนังที่เกินจะลงมาปิดชั้นตาจนมองไม่เห็นอยู่ดี

5. กรณีที่ต้องการเปลี่ยนรูปทรงของดวงตา - จำเป็นต้องมีการปรับรูปตาและตัดผิวหนังส่วนเกินออกอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงาม

6. กรณีที่ตาไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าอย่างนั้น เคสแบบไหนที่เหมาะกับการทำวิธีเย็บจุดหรือการปรับรูปตาแบบไม่กรีด?

1. ไม่มีผิวหนังหย่อนคล้อย

2. กล้ามเนื้อยกเปลือกตามีแรงดี และไม่มีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ที่รุนแรง

3. ผิวหนังเปลือกตาบาง

ตัวอย่างเช่นเคสด้านล่างนี้ครับ

[วิดีโอ — อ้างอิงจากต้นฉบับ]
Like