강남서연성형외과 블로그

2026-05-29

การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง, การผ่าตัดซ้ำแก้ไขการปรับกล้ามเนื้อตาที่มากเกินไป, การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง (Eyelid Retraction)

เรียนรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง (Eyelid Retraction) และการแก้ไขปัญหาจากการปรับกล้ามเนื้อตาที่มากเกินไป (Overcorrection) เพื่อดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติและทำหน้าที่ได้ปกติ

การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง, การผ่าตัดซ้ำแก้ไขการปรับกล้ามเนื้อตาที่มากเกินไป, การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง (Eyelid Retraction)
การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง, การผ่าตัดซ้ำแก้ไขการปรับกล้ามเนื้อตาที่มากเกินไป, การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง

หัวข้อในครั้งนี้คือเรื่องนี้ครับ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าการทำศัลยกรรมตาสองชั้นควบคู่ไปกับการปรับกล้ามเนื้อตา (Ptosis Correction) จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีเคสที่ผลลัพธ์ออกมาดีเป็นจำนวนมาก แต่เคสที่เกิดผลข้างเคียงก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตาที่ตั้งใจจะทำให้ดวงตาที่เล็กและดูง่วงนอนดูโตขึ้น แต่กลับกลายเป็นการปรับที่มากเกินไป (Overcorrection) จนทำให้ดวงตาดูเบิกโพลงเหมือนตกใจ และก่อให้เกิดผลข้างเคียงในเชิงฟังก์ชันการใช้งาน

<ภาพที่ 1> คนไข้ที่เคยรับการปรับกล้ามเนื้อตาจากโรงพยาบาลอื่น และเคยรับการผ่าตัดที่เรียกว่า ‘การคลายกล้ามเนื้อตา’ มาแล้ว

นี่คือลักษณะที่ดวงตาไม่ได้เปิดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เปิดกว้างมากจนเกินไปครับ

ก่อนอื่น ผมขอจัดระเบียบคำศัพท์ใหม่ก่อนนะครับ

สิ่งที่เรามักเรียกว่า ‘การผ่าตัดแก้ไขภาวะหดรั้ง’ (Retraction Correction) คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขสภาวะที่เปลือกตาหดรั้งขึ้นไป (Retraction)

บางครั้งมีการใช้คำศัพท์ผิดความหมายกันบ่อยครั้งครับ

หลายคนเข้าใจผิดว่า ‘การหดรั้ง’ (Retraction) หมายถึงการทำให้กล้ามเนื้อตาถอยร่นลงมา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ

การหดรั้งคือสภาวะที่เปลือกตาถูกดึงรั้งขึ้นไปสูงเกินไป จนทำให้ตาดูเบิกโพลงเหมือนในภาพ นั่นแหละคือภาวะหดรั้งครับ

ดังนั้น การผ่าตัดเพื่อแก้ไขดวงตาที่หดรั้งนี้จึงเรียกว่า ‘การผ่าตัดแก้ไขภาวะหดรั้ง’ (Retraction Correction)

ผมขอแนะนำให้รับการรักษากับศัลยแพทย์ตกแต่งที่ใช้คำศัพท์ได้อย่างถูกต้องและเข้าใจวิธีการผ่าตัดที่แม่นยำครับ

อย่างที่เห็นในภาพ การเพียงแค่แกะไหมที่ใช้ปรับกล้ามเนื้อตาออก ไม่สามารถแก้ไขดวงตาที่หดรั้งได้อย่างแน่นอนครับ

คนไข้ใน <ภาพที่ 1> ที่ผมแนะนำไปตอนต้น ก็บอกว่าเคยรับการผ่าตัดคลายกล้ามเนื้อตาจากโรงพยาบาลอื่นมาแล้ว

เขาบอกว่ามีการคลายและแยกกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator muscle) รวมถึงแยกกล้ามเนื้อ มุลเลอร์ (Muller’s muscle) ออกแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย

การทำเพียงแค่นั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ครับ

การผ่าตัดแก้ไขภาวะหดรั้งต้องเริ่มจากการแยกกล้ามเนื้อยกเปลือกตาออกจากแผ่นเปลือกตา (Tarsal plate) เพื่อให้เห็นกล้ามเนื้อ มุลเลอร์ จากนั้นต้องแยกเยื่อบุตา (Conjunctiva) ออกจากกล้ามเนื้อ มุลเลอร์ ด้วย

ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการผ่าตัดครับ อนึ่ง การผ่าตัดนี้มีตัวแปรหลายอย่างและเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมตามากพอ

ต้องทำการเลาะ (Dissection) อย่างประณีตทีละขั้นตอนเพื่อคลายพังผืดที่ยึดเกาะอยู่ครับ

ในขั้นตอนนี้อาจมีเลือดออกมาก แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์จะสามารถห้ามเลือดได้ดี ทำให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่นครับ

ก่อนผ่าตัด, หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์, และหลังผ่าตัด 1 เดือน

ด้วยวิธีนี้ กล้ามเนื้อยกเปลือกตาจะถูกคลายออก และดวงตาที่เคยหดรั้งสูงเกินไปจะเลื่อนระดับลงมาครับ

นี่คือภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ของคนไข้อีกท่านครับ ส่วนของหางตาที่เคยรั้งขึ้นได้รับการแก้ไขให้ดูดีขึ้นแล้ว

[วิดีโอ — อ้างอิงจากต้นฉบับ]
[วิดีโอ — อ้างอิงจากต้นฉบับ]

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแก้ไขภาวะหดรั้งนี้มีตัวแปรหลายอย่างครับ

ในตอนแรกอาจดูเหมือนแก้ไขได้ดีแล้ว แต่ต่อมาดวงตาอาจจะกลับมาดูโตขึ้นอีกครั้งก็ได้

หากดวงตากลับมาโตขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ จะต้องรีบรับการแก้ไขในระยะแรก (Early correction) ทันที ซึ่งโอกาสที่จะต้องแก้ไขในระยะแรกนั้นสูงกว่าการผ่าตัดชนิดอื่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นแบบนั้นทุกเคส ดังนั้นไม่ต้องกังวลจนเกินไปครับ

นอกจากนี้ โอกาสเกิดความไม่สมมาตรก็ค่อนข้างสูงกว่าการผ่าตัดอื่นเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคนครับ หากเกิดความแตกต่างของชั้นตา เราจะทำการแก้ไขให้อีกครั้งหลังจากผ่านไป 6 เดือน โดยจะไม่รีบแก้ไขในระยะแรกสำหรับกรณีนี้ เพราะมีตัวแปรค่อนข้างมากครับ

ในกรณีของคนไข้รายนี้ ตาซ้ายของคนไข้ (ด้านขวาในภาพ) มีภาวะปรับกล้ามเนื้อตามากเกินไป

หลังจากคลายพังผืดออกอย่างดีแล้ว ขนาดลูกตาดำดูใกล้เคียงกัน แต่ชั้นตาข้างขวา (ด้านซ้ายในภาพ) ดูต่ำกว่าเล็กน้อย เราจึงได้ทำการปรับแก้ไขให้ในเคสนี้ครับ

เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของคำบรรยายที่จะนำเสนอในการประชุมวิชาการ Eye Plastic Surgery Research Group ครั้งที่ 15 ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2022 ครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อศัลยแพทย์ตกแต่งทุกท่านครับ

Like